เหตุผลเลสเตอร์จะพลิกสถานการณ์คว้าตั๋วชปล.

เหตุผลเลสเตอร์จะพลิกสถานการณ์คว้าตั๋วชปล. เปิด 5 เหตุผลที่ เลสเตอร์ จะเบียด แมนฯ ยูไนเต็ด หรือ เชลซี ขึ้นไปคว้าตั๋ว แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังทั้ง 3 ทีมต้องแย่ง 2 โควตาในเกมนัดสุดท้ายของซีซั่น เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม เลสเตอร์ ซิตี้ จะนำทัพ “สุนัขจิ้งจอก” เปิดรัง คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ลงเล่นเกมสำคัญด้วยการต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก นัดปิดฤดูกาล วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมนี้ (22.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

ในเวลานี้ แมนฯ ยูไนเต็ด รั้งอันดับสามของตารางมี 63 คะแนน นำ เชลซี ทีมอันดับสี่ ด้วยผลต่างประตูได้-เสียที่ดีกว่า และอยู่เหนือ เลสเตอร์ อันดับห้า แค่แต้มเดียวเท่านั้น ทำให้ลูกทีมของ ร็อดเจอร์ส ต้องพยายามเอาชนะ “ปีศาจแดง” ให้ได้หรือถ้าเสมอก็ต้องไปลุ้นให้ “สิงห์บลูส์” แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

ขณะที่ เลสเตอร์เมอร์คิวรี่ สื่อท้องถิ่นเชื่อว่า “เดอะ ฟ็อกซ์” ยังมีโอกาสติดท็อปโฟร์ แม้สถานการณ์เป็นรอง แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี ก็ตาม ด้วยเหตุผล 5 ข้อดังนี้

1. ความสด เลสเตอร์ เหนือกว่า 2 ทีม

หลังจาก พรีเมียร์ลีก กลับมารีสตาร์ตเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทุกทีมมีโปรแกรมลงสนามแน่นเอี๊ยดต้องเล่นกันเฉลี่ยราว 2 เกมต่อสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม เลสเตอร์ ได้พักมา 1 สัปดาห์เต็มๆ หลังเล่นเกมล่าสุดกับ สเปอร์ส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. ขณะที่ช่วงนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี ต้องดวลกันในถ้วย เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ

จากนั้นในช่วงกลางสัปดาห์ เชลซี ต้องลงเตะกับ ลิเวอร์พูล ก่อนแพ้ไป 3-5 ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอ เวสต์แฮม 1-1 ทำให้จุดนี้ เลสเตอร์ จะได้เปรียบ 2 ทีมคู่แข่งเพราะมีความสดกว่าที่ได้พักมา 1 สัปดาห์เต็มๆ

2. ผลงานในบ้านดี

แม้เกมนี้จะไม่มีแฟนบอลเข้ามาเชียร์ในสนาม คิง เพาเวอร์ แต่แฟนบอลน่าจะยังพออุ่นใจได้เพราะลูกทีมของ ร็อดเจอร์ส มีผลงานที่ดีเมื่อลงเล่นในบ้าน เลสเตอร์ แพ้แค่นัดเดียวในการลงเล่น พรีเมียร์ลีก 6 เกมหลังสุดที่บ้าน โดยพ่าย แมนฯ ซิตี้ 0-1 รวมทั้งยังเก็บคลีนชีตมา 4 นัดติดเมื่อเล่นที่ คิง เพาเวอร์

3. ผลงานเกมล่าสุด แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี ไม่ได้ท็อปฟอร์ม และออกแรงไปเยอะ

แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ เสมอ เวสต์แฮม 1-1 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยที่ต้องออกแรงไปไม่น้อย หลังโดน “ขุนค้อน” ยิงนำไปก่อน หลังจากตามตีเสมอได้นั้น “ปีศาจแดง” ก็พยายามเร่งเครื่องเพื่อเอาชนะให้ได้แต่ทำไม่สำเร็จ ส่วน เชลซี ก็เสียแรงไปเยอะเหมือนกันในเกมที่ออกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 3-5

4. ฟอร์มการเล่นไม่ได้แย่

หลังกลับมาจากรีสตาร์ตนั้น เลสเตอร์ ก็ผลงานตกไปจนเวลานี้ร่วงมาอยู่อันดับ 5 ของตารางแล้ว ทั้งๆ ที่ช่วงกลางฤดูกาลยังมีลุ้นถึงแชมป์ และน่าจะคว้าตั๋วไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างสบายๆ อยู่เลย

อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นของ เลสเตอร์ ไม่ได้ย่ำแย่ อย่างเกมที่ชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 ก็เล่นกันได้ดี ครองเกมไว้ได้หมด และมีโอกาสทำประตูหลายต่อหลายครั้ง

5. สุดท้ายยังฝากความหวังไว้ที่ วูล์ฟส์ ได้

หาก เลสเตอร์ ทำได้แค่เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังมีลุ้นที่จะได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยต้องภาวนาให้ เชลซี แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน คารัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งจะส่งผลให้ทั้งสองทีมมีคะแนนเท่ากัน แต่ “เดอะ ฟ็อกซ์” มีผลต่างประตูได้เสียดีกว่า

สำหรับ วูล์ฟส์ ก็ต้องการ 3 คะแนนเหมือนกันเพราะต้องลุ้นคว้าตั๋วไป ยูโรปา ลีก แข่งกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทำให้แฟนบอล เลสเตอร์ สามารถฝากความหวังไว้กับทีม “หมาป่า” ได้เช่นกัน